เดิมที Xiaomi ตั้งเป้าไว้ว่าจะให้ความสำคัญกับตลาดรถยนต์ภายในประเทศจีนก่อน โดยจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 – 3 ปี ถึงจะเริ่มพิจารณาการส่งออก ซึ่งมีการตั้งเป้าไว้ว่าจะเริ่มขึ้นก่อนปี 2030 ประกอบกับปัจจัยคิวรอรับรถ Xiaomi SU7 ในจีนยังอยู่ที่ราว 5 – 8 เดือน ซึ่งคาดว่าจะดีขึ้นหลังการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ F2 แล้วเสร็จ แต่กลายเป็นว่าแผนการณ์ดังกล่าวจะเปลี่ยนกะทันหัน หลังมีการประกาศว่า Xiaomi ได้จับมือกับ Hyperion Leasing (Tianjin) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Sinomach ที่มีภาครัฐจีนเป็นเจ้าของอยู่ เพื่อเตรียมส่งออกรถยนต์

การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2025 โดยระบุว่าทั้งสองบริษัทได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันที่จะให้ Hyperion Leasing เป็นผู้ทำตลาดรถยนต์ Xiaomi ในตลาดหลักระดับนานาชาติ ทั้งนี้ ไม่มีการระบุว่ามีตลาดใดบ้าง และมีลักษณะการดำเนินงานอย่างไร แต่มีรายงานว่า Hyperion Leasing อาจทำหน้าที่เป็นผู่ส่งออก โดยซื้อรถยนต์จากโรงงานของ Xiaomi ไปจำหน่ายในตลาดอื่น ทั้งยังจะเป็นผู้รับผิดชอบการบำรุงรักษา และการสนับสนุนเชิงเทคนิคอีกด้วย

 

มีการวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่ Xiaomi เปลี่ยนแผนมาส่งออกรถยนต์ไวกว่าแผนเดิม เนื่องจากมีรายงานว่า SU7 ทุกคันที่ขายได้ในจีนตอนนี้ ขาดทุนคันละ 38,000 หยวน (ราว 176,000 บาท) ซึ่งการส่งออกไปขายตลาดอื่น มีโอกาสที่จะสร้างผลกำไรได้มากกว่า และมีตัวอย่างให้เห็นกับ BYD ที่มีผลกำไรต่อหน่วย สำหรับรถยนต์ที่ขายในยุโรปสูงกว่าจีน 4 เท่า แม้จะมีกำแพงภาษีสกัดแล้วก็ตามที ทั้งยังมีอีกประเด็นว่า เมื่อโรงงาน F2 แล้วเสร็จ Xiaomi จะเริ่มผลิต YU7 เป็นรุ่นที่สองของค่าย ซึ่งการหาผู้ส่งออกรอไว้ อาจเตรียมไว้ช่วยขายรุ่นนี้ด้วย

สำหรับตลาดแรกที่ Hyperion Leasing จะนำไปบุกเบิก คาดว่าจะเป็นรัสเซีย เพราะบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่นั่นอยู่แล้วสองแบรนด์ โดยแบรนด์แรกคือ Oting ซึ่งเป็นการนำ Nissan ที่ผลิตจากโรงงาน Zhengzhou ในจีนไปเปลี่ยนชื่อใหม่ ส่วนอีกแบรนด์คือ Rox Motor (Polestones) ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วบริษัทมีเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่รัสเซีย 50 แห่ง แถม Xiaomi ไม่ใช่ของแปลกเท่าใดนักสำหรับชาวรัสเซีย เพราะมีผู้นำเข้า Xiaomi SU7 ไปจำหน่ายบ้างแล้วที่นั่น โดยที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจาก Xiaomi

 

ที่มา: carnewschina, arenaev