Porsche 911 GT2 RS ที่เคยออกจำหน่ายในปี 2011 มีทายาทมาสานต่อตำนาน Porsche 911 รุ่นที่แรงที่สุดแล้ว โดยรุ่นปี 2018 พกพากำลังมามากกว่ารุ่นพี่ 81 แรงม้า (PS) และแรงบิดมากกว่าเดิม 27 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ภายใน 2.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Porsche 911 GT2 RS มาพร้อมกับกันชนหน้าทรงใหม่ที่มีช่องดักลม และสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ บนฝากระโปรงหน้า และ หลังคามีลายกราฟฟิกเส้นตรงแถบคู่ตัดกับสีตัวถัง ทั้งยังมีการเจาะช่องระบายความร้อนบนฝากระโปรง แก้มคู่หน้า และซุ้มล้อหลังด้วย
ชิ้นส่วนตัวถังถูกเปลี่ยนไปใช้วัสดุอื่นๆ เพื่อลดน้ำหนักโดยที่บังโคลนคู่หน้า, โป่งล้อ, กระจกมองหลังทรง Sport Design, ช่องลมบนซุ้มล้อหลัง และชิ้นส่วนตัวถังด้านหลังล้วนทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ CFRP ส่วนหลังคาทำจาก Magnesium จนน้ำหนักตัวถังลดเหลือ 1,470 กิโลกรัม


ภายในของ Porsche 911 GT2 RS ยังใช้วัสดุ CFRP หลายชิ้นส่วนเพื่อรีดน้ำหนักเช่นเคย โดยตกแต่งในโทนสีดำ-แดง ด้วยวัสดุ Alcantara และหนังรอบห้องโดยสาร พวงมาลัยเป็นของเฉพาะรุ่นมาพร้อม Paddle Shift ตัวเบาะเป็นแบบ Bucket Seat หลังแข็งทำจาก Carbon Fiber
ระบบอำนวยความสะดวกอย่าง Porsche Communication Management สำหรับควบคุมเครื่องเสียง ระบบนำทาง และเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือยังคงมีมาให้ ทั้งยังเพิ่ม Porsche Precision App มาให้ด้วย ซึ่ง application ดังกล่าวจะส่งข้อมูลการขับขี่ และการประมวลผลที่เกี่ยวข้อง เข้าโทรศัพท์มือถือโดยตรง


ขุมพลังของ Porsche 911 GT2 RS เป็นเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 6 สูบ Boxer ขนาด 3.8 ลิตร 3,800 ซีซี. เทอร์โบคู่ ให้กำลังสูงสุดมา 710 แรงม้า (PS) ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ PDK 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 2.8 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง
เดิมทีเครื่องยนต์ของ Porsche 911 GT2 RS เคยประจำการอยู่ใน Porsche 911 Turbo S แต่ถูกนำมารีดกำลังเพิ่มด้วยการเปลี่ยนเทอร์โบคู่ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม พร้อมเปลี่ยน Intercooler ใหม่ให้ระบายความร้อนดีกว่าเดิม ทั้งยังเปลี่ยนไปใช้ปลายท่อไอเสียแบบ Titanium ให้สุ้มเสียงที่ดุขึ้น พร้อมลดน้ำหนักลง 8 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ Porsche 911 Turbo

ช่วงล่างของ Porsche 911 GT2 RS มาพร้อมกับล้อน้ำหนักเบา รัดด้วยยางแบบ Ultra High Performance ขนาด 265/35 ZR20 ในด้านหน้า และ 325/30 ZR21 ในด้านหลัง ทั้งยังมีระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้อ ส่วนระบบช่วยการทรงตัวสามารถเลือกได้ว่า จะปิดเพียงระบบช่วยเหลือการทรงตัว ESC เพียงอย่างเดียว หรือปิดทั้ง ESC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TC
ลูกค้าที่อยากรีดน้ำหนัก Porsche 911 GT2 RS ลงอีก 18 กิโลกรัมสามารถติดตั้ง Weissach Package ได้ในราคา 31,000 ดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 1,051,000 บาท) ซึ่งแพคเกจนี้จะเปลี่ยนล้อมาใช้แบบที่ทำจาก Forged Magnesium พร้อมหลังคาและ anti-roll bars ทั้งหน้า-หลัง มาใช้แบบที่ทำจาก Carbon Fiber แทน ทั้งยังมีการคาดแถบคาร์บอนไฟเบอร์ที่ระบุคำว่า Weissach RS บนคอลโซลหน้าฝั่งผู้โดยสาร

Porsche 911 GT2 RS พร้อมผลิตตามสั่งแล้วในราคา 293,200 ดอลล่าร์สหรัฐ (ราว 9,948,000 บาท) ก่อนที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าชาวสหรัฐฯ ในช่วงต้นปี 2018 และผู้สั่งซื้อยังได้รับสิทธิ์ในการสั่งซื้อนาฬิกาข้อมือ Porsche Design GT2 RS ที่ทำจาก Titanium น้ำหนักเบาพร้อมระบบ flyback function ที่ใช้เวลานานถึง 3 ปีในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ซึ่งจะส่งมอบให้พร้อมกับ “เจ้าชายกบ” ในวันรับรถยนต์
ที่มา: press.porsche