หนึ่งในประเด็นใหญ่ของข่าวยานยนต์วันนี้ คือดีลควบรวมกิจการระหว่าง Nissan และ Honda ดูท่าจะไม่ได้ไปต่อเสียแล้ว หลังมีรายงานจาก reuters ซึ่งอ้างอิงจากแหล่งข่าวภายในซึ่งไม่ขอระบุตัวตนว่า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2025 ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Nissan อย่าง Makoto Uchida ได้เข้าพบ Toshihiro Mibe ตำแหน่ง CEO ของ Honda เพื่อขอยุติการเจรจาต่อ หลังได้รับข้อเสนอจาก Honda ว่าจะให้ Nissan เป็นบริษัทลูกของ Honda

ข้อเสนอดังกล่าวกลายเป็นชนวนที่ทำให้ Nissan ตัดสินใจถอนตัวจากดีลควบรวมกิจการกับ Honda แม้บริษัทฯ จะยังไม่มีทางออกจากวิกฤตที่เผชิญอยู่ แถมยังไม่มีนักลงทุนรายอื่นที่เจรจาค้างเอาไว้ด้วย แต่ดีลจาก Honda ไม่ได้มาในรูปแบบของพันธมิตรดังที่ Renault เคยเสนอ ทั้งยังลดศักดิ์ของ Nissan ไปเป็นบริษัทลูกอีก ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการถูกเข้าครอบครองกิจการ มากกว่าที่จะเป็นการควบรวมกิจการ นำไปสู่การตัดสินใจที่เรียกได้ว่า ‘ไปตายเอาดาบหน้า’ เพื่อรักษาเกียรติยศของ Nissan เอาไว้

 

reuters ยังระบุด้วยว่า แหล่งข่าวภายในที่ได้มาจากบุคคล 3 คนนั้น ทั้งหมดให้ข้อมูลตรงกัน จึงกล่าวได้ว่า หมดโอกาสที่กลุ่มบริษัทยานยนต์ ซึ่งจะมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกจะถือกำเนิด หากการควบรวมระหว่าง Nissan และ Honda สำเร็จ แต่สิ่งที่น่าจับตามองหลังจากนี้คือ ใครจะเป็นผู้เข้ามากอบกู้วิกฤตของ Nissan ซึ่งยังอยู่ในสภาวะน่าเป็นห่วง นำไปสู่ประเด็นที่น่าสนใจว่า Nissan อาจกำลังเปิดรับการลงทุนจากผู้มีศักยภาพรายอื่น

reuters ยังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวอีกสองแหล่งว่า Nissan อยู่ระหว่างการเสาะหาบริษัทเทคโนโลยี เพื่อนำมาต่อยอดกับรถยนต์ไฟฟ้าและ software ที่ตนมีอยู่ ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของผู้ผลิตรถยนต์จีน โดยหนึ่งในบริษัทที่ Nissan เปิดโอกาสให้ร่วมลงทุนด้วย กลับรวมถึง Foxconn ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากไต้หวัน ซึ่งแสดงท่าทีสนใจเข้าครอบครอง Nissan มาโดยตลอด แต่กลับมีดีลจับมือระหว่าง Nissan และ Honda เสียก่อน ซึ่งมีการวิเคราะห์ว่าเกิดขึ้นเพื่อเป็นการสกัดกั้น ไม่ให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงบริษัทญี่ปุ่น

 

Foxconn ได้เตรียมการเข้าครอง Nissan มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการกว้านซื้อหุ้นในตลาด และดึงผู้บริหารระดับสูงของ Nissan ไปร่วมงานหลายคนรวมถึง Jun Seki ซึ่งเคยเป็นผู้บริหารอาวุโสของ Nissan เพื่อไปนั่งตำแหน่งผู้บริหารภาคส่วน EV ของ Foxconn สำหรับความเป็นไปได้ลำดับถัดไป มีการวิเคราะห์จาก MoneyDJ ว่า Foxconn อาจจับตามองดูสถานการณ์ของ Nissan ต่อไป แล้วค่อยเสนอให้การช่วยเหลือทางการเงิน เมื่อถึงเวลาจริงๆ หรืออาจเดินหน้าเต็มกำลังเข้าครอบครอง Nissan แบบเปิดเผยกันไปเลย

ในกรณีที่ Foxconn เข้าครอบครอง Nissan จริง ใช่ว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงลบ เนื่องจากมีการวิเคราะห์จาก MoneyDJ ด้วยว่าการร่วมมือระหว่างสองบริษัทนี้ อาจทำให้เกิดห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งของเอเชีย เนื่องจาก Foxconn มีทุนทรัพย์และได้ลงทุนพัฒนารวมถึงผลิตชิ้นส่วนหลัก EV มาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อมาควบรวมกับความเชี่ยวชาญของ Nissan รวมไปถึงกำลังการผลิต ที่ตอนนี้อยู่ในสภาวะชะลอการผลิตอยู่ จึงน่าจับตามองต่อว่า ก้าวต่อไปจะไปในทิศทางใด

 

ที่มา: reuters, trendforce


J!MMY’s Comments:

 

“เป็นไปตามความคาดหมายของผมว่า การรวมกิจการครั้งนี้จะไม่สำเร็จ เพราะในเมื่อ Honda เล็งแต่จะควบคุมกิจการ Nissan ในลักษณะ Takeover เบ็ดเสร็จ ไม่เหมือนกับตอนเป็นพันธมิตรกับ Renault แถมยังคิดจะเขี่ย Renault ออกไปจากการควบรวมครั้งนี้ด้วย แน่นอนว่า Nissan ซึ่งยังคงภาคภูมิใจตนเอง ในฐานะอัญมณีหลักแห่งวงการอุตสาหกรรมญี่ปุ่น และกำลังตกที่นั่งลำบาก

จนต้องมองหาความช่วยเหลือในลักษณะพันธมิตร ย่อมไม่พอใจเป็นธรรมดา ปัญหาก็คือเหลือเวลาอีกไม่มากนัก ที่จะแก้ปัญหาอันสั่งสมมาจากความผิดพลาด ในการวิเคราะห์ตลาดของทีม Global Product Planning และการทุ่มทรัพยากรลงไปที่ตลาดจีนมากเกินไป จนละเลยตลาดอื่นๆ รอบข้างที่มีโอกาสเติบโตไปมาก ส่วนางเลือกที่เหลืออยู่ในตอนนี้ มีด้วยกันดังนี้

 

  1. เจรจากับ Foxconn ที่อยากได้ Nissan จนตัวสั่น พวกเขาเตรียมตัวอยู่เงียบๆ มาตลอด และมีความพร้อมมาก ถึงขนาดไปทะยอยดึงบรรดามือดีจาก Nissan ตั้งแต่ระดับผู้บริหาร ไปจนถึงระดับที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนอนาคตต่างๆ ไปอยู่ด้วย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

  1. ยอมลดศักดิ์ศรีตนเอง ไปเปิดการเจรจากับ Toyota แต่อาจเจอปัญหาว่า ถ้ามีการควบรวมกัน จะทำให้สัดส่วนการครองตลาดมากเกินไป จนอาจเผชิญปัญหาด้านข้อกฎหมายต่างๆ ตามมาได้

 

  1. เปิดกว้าง ต่อการเจรจากับกลุ่มพันธมิตรรายอื่นที่สนใจ…ซึ่งน่าจะยาก เพราะปัญหาภายในองค์กรที่ Yokohama นั้น มีหลายประการมากจนเกินกว่าจะแก้ไขได้หมด”

อ่านข่าว สื่อวิเคราะห์ว่า การจับมือของ Honda และ Nissan เพื่อกัน Foxconn จากไต้หวัน ได้ที่

>> https://www.headlightmag.com/news-merger-of-honda-and-nissan-may-be-accelerated-by-foxconn/