
ในอดีต หากคนที่กำลังจะออกรถยนต์ใหม่ต้องการใช้ลูกเล่นอะไร เงื่อนไขการซื้อขายคือซื้อขาดตั้งแต่แรก แต่ในปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายเริ่มหันมาเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน จากลูกค้าที่ต้องการใช้งานลูกเล่นนั้นต่อ ล่าสุด Mazda สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการนี้จริงแล้ว หลังจากที่เคยประกาศในปี 2019 ว่าจะให้ลูกค้าใช้บริการ Mazda Connected Service จะให้บริการฟรีนาน 3 ปี และจะเริ่มเก็บค่าบริการ
ลูกค้า Mazda ในสหรัฐฯ หลายรายเริ่มถกเถียงประเด็นดังกล่าวบนโลกออนไลน์ หลังได้รับข้อความจาก Mazda ว่าบริการ Connected Service จะหมดอายุใน 60 วันข้างหน้า ซึ่งถ้าลูกค้ายังต้องการใช้บริการต่อ สามารถทำได้ด้วยการจ่ายค่าบริการรายเดือน เดือนละ 10 USD (ราว 350 บาท) ต่อมา Mazda สหรัฐฯ ได้ยืนยันกับสื่อว่าข้อความดังกล่าวเป็นความจริง

แน่นอนว่ากระแสลูกค้าที่ได้รับข้อความดังกล่าว ต่างไม่พอใจเท่าใดนัก ด้าน Mazda สหรัฐฯ ได้ระบุว่า ได้แจ้งตั้งแต่ปี 2019 แล้วว่าจะให้บริการฟรี 3 ปี และในเวลาที่ผ่านมา ได้มีการขยายระยะเวลาทดลองใช้ออกไปด้วย พร้อมกับระบุว่าในอนาคต Mazda Connected Service จะมีการเรียกเก็บค่าบริการรายเดือน เหลือให้ติดตามกันต่อว่า หลังจากนี้ลูกค้าของ Mazda สหรัฐฯ จะทำอย่างไรต่อ ส่วนลูกเล่นบางส่วนของ Connected Service มีดังนี้
- สั่งสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ได้ จากภายนอกรถยนต์
- ล็อคและปลดล็อคประตูผ่านรีโมท / Keyless Entry
- ตรวจสอบสถานะของรถยนต์ได้จากมือถือ รวมถึงระดับเชื้อเพลิง
- ใช้ค้นหาตำแหน่งที่จอดรถยนต์เอาไว้
- แจ้งเตือนเวลาที่ต้องนำรถยนต์เข้าศูนย์บริการ
- ใช้ wi-fi ภายในรถยนต์
- เรียกตำรวจโดยอัตโนมัติ
