Car Industry Analysis ได้รายงานยอดขายรถยนต์ในสหรัฐฯ ประจำปี 2024 ซึ่งอ้างอิงตัวเลขจาก JATO Dynamics พร้อมกับระบุว่ามียอดขายสะสมทั้งตลาดทั้งสิ้น 16.09 ล้านคัน โดยนับรวมรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก ซึ่งลดลงจากปีก่อนหน้า 3% ทำให้ภาพรวมของตลาดดูดีกว่าสถานการณ์ในยุโรป และดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากยังมีปัจจัยลบหลายประการรวมถึงสภาวะเศรษฐกิจซบเซา, อัตราเงินเฟ้อ และดอกเบี้ยต่ำ

หากนับเฉพาะแบรนด์รถยนต์อเมริกัน จะพบว่าครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันได้ 42% เรียกได้ว่ามีความชาตินิยมเป็นรองจากชาวเยอรมัน ที่มีส่วนแบ่งรถยนต์ชาติบ้านเกิดสัดส่วน 50% จากทั้งตลาด แต่ยังสูงกว่าชาวฝรั่งเศสที่ใช้รถยนต์แบรนด์ของชาติตัวเองในสัดส่วน 37% จากทั้งตลาด กลับมาที่ตลาดสหรัฐฯ หากนับเฉพาะรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐฯ เองแต่นับรวมแบรนด์จากทุกสัญชาติ สัดส่วนจะอยู่ที่ 61% บ่งชี้ว่าผู้ผลิตยังไม่ย้ายฐานการผลิตออกไป

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือเรามักจะพบว่า Ford F-Series มักจะครองแชมป์รถยนต์ขายดีที่สุดของสหรัฐฯ โดยตลอดมา และรายงานยอดขายปี 2024 จากสื่ออื่นหลายแห่งยังคงเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่กับ Car Industry Analysis โดยผู้เรียบเรียงข้อมูลระบุว่า สื่ออื่นนับรวมยอด F-150, F-250 และ F-350 ทั้งหมด แต่ตัวเขาเองนับแยกตามประเภทรถยนต์ จึงนับเฉพาะ F-150 เท่านั้น ทำให้การจับอันดับแตกต่างกัน ส่วนรุ่นใดและแบรนด์ใดจะมียอดขายเท่าใด และอยู่อันดับไหนกันบ้าง ทั้งหมดอยู่ข้างล่างนี้แล้ว

 


50 อันดับรุ่นรถยนต์นั่ง ที่มียอดขายสะสมสูงสุดในสหรัฐฯ ประจำปี 2024

  • อันดับ 1. Toyota RAV4 มียอดขาย 475,193 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9%)
  • อันดับ 2. Ford F-150 มียอดขาย 460,915 คัน (ลดลงจากปีก่อน 5%)
  • อันดับ 3. Honda CR-V มียอดขาย 402,791 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11%)
  • อันดับ 4. Tesla Model Y มียอดขาย 372,613 คัน (ลดลงจากปีก่อน 3%)
  • อันดับ 5. Chevrolet Silverado 1500 มียอดขาย 344,022 คัน (ลดลงจากปีก่อน 2%)

 

  • อันดับ 6. Toyota Camry มียอดขาย 309,875 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7%)
  • อันดับ 7. Toyota Corolla มียอดขาย 283,098 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 22%)
  • อันดับ 8. Nissan Rogue มียอดขาย 245,724 คัน (ลดลงจากปีก่อน 7%)
  • อันดับ 9. Honda Civic มียอดขาย 242,005 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 21%)
  • อันดับ 10. GMC Sierra 1500 มียอดขาย 216,248 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11%)

  • อันดับ 11. Hyundai Tucson มียอดขาย 206,126 คัน (ลดลงจากปีก่อน 2%)
  • อันดับ 12. Chevrolet Trax มียอดขาย 200,689 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 83%)
  • อันดับ 13. RAM 1500 มียอดขาย 200,006 คัน (ลดลงจากปีก่อน 26%)
  • อันดับ 14. Ford Explorer มียอดขาย 194,094 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4%)
  • อันดับ 15. Toyota Tacoma มียอดขาย 192,813 คัน (ลดลงจากปีก่อน 18%)

 

  • อันดับ 16. Tesla Model 3 มียอดขาย 189,903 คัน (ลดลงจากปีก่อน 10%)
  • อันดับ 17. Chevrolet Equinox มียอดขาย 189,145 คัน (ลดลงจากปีก่อน 11%)
  • อันดับ 18. Subaru Crosstrek มียอดขาย 181,811 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24%)
  • อันดับ 19. Subaru Forester มียอดขาย 175,521 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15%)
  • อันดับ 20. Subaru Outback มียอดขาย 168,771 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4%)

  • อันดับ 21. Honda Accord มียอดขาย 162,723 คัน (ลดลงจากปีก่อน 18%)
  • อันดับ 22. Kia Sportage มียอดขาย 161,917 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15%)
  • อันดับ 23. Toyota Tundra มียอดขาย 159,528 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 27%)
  • อันดับ 24. Ford F-250 มียอดขาย 154,558 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 14%)
  • อันดับ 25. Ford Transit มียอดขาย 152,738 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 18%)

 

  • อันดับ 26. Nissan Sentra มียอดขาย 152,659 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 40%)
  • อันดับ 27. Honda HR-V มียอดขาย 151,468 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 24%)
  • อันดับ 28. Jeep Wrangler มียอดขาย 151,163 คัน (ลดลงจากปีก่อน 3%)
  • อันดับ 29. Ford Escape มียอดขาย 146,859 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4%)
  • อันดับ 30. Chevrolet Silverado 2500 มียอดขาย 146,206 คัน (ลดลงจากปีก่อน 1%)

  • อันดับ 31. Honda Pilot มียอดขาย 141,245 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 28%)
  • อันดับ 32. Hyundai Elantra มียอดขาย 136,698 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2%)
  • อันดับ 33. Mazda CX-5 มียอดขาย 134,088 คัน (ลดลงจากปีก่อน 13%)
  • อันดับ 34. Ford Maverick มียอดขาย 131,142 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 39%)
  • อันดับ 35. Jeep Grand Cherokee มียอดขาย 129,838 คัน (ลดลงจากปีก่อน 11%)

 

  • อันดับ 36. Ford Bronco Sport มียอดขาย 124,701 คัน (ลดลงจากปีก่อน 2%)
  • อันดับ 37. RAM 2500 มียอดขาย 121,826 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 13%)
  • อันดับ 38. Chrysler Pacifica มียอดขาย 119,389 คัน (ลดลงจากปีก่อน 1%)
  • อันดับ 39. Hyundai Santa Fe มียอดขาย 119,010 คัน (ลดลงจากปีก่อน 10%)
  • อันดับ 40. Lexus RX มียอดขาย 118,636 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4%)

  • อันดับ 41. Chevrolet Malibu มียอดขาย 117,319 คัน (ลดลงจากปีก่อน 10%)
  • อันดับ 42. Kia Telluride มียอดขาย 115,504 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4%)
  • อันดับ 43. Nissan Altima มียอดขาย 113,898 คัน (ลดลงจากปีก่อน 11%)
  • อันดับ 44. Jeep Compass มียอดขาย 111,697 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16%)
  • อันดับ 45. Hyundai Palisade มียอดขาย 110,055 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 23%)

 

  • อันดับ 46. Ford Bronco มียอดขาย 109,172 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3%)
  • อันดับ 47. Kia Forte มียอดขาย 108,898 คัน (ลดลงจากปีก่อน 12%)
  • อันดับ 48. Chevrolet Traverse มียอดขาย 105,835 คัน (ลดลงจากปีก่อน 15%)
  • อันดับ 49. Chevrolet Tahoe มียอดขาย 105,147 คัน (ลดลงจากปีก่อน 5%)
  • อันดับ 50. Chevrolet Trailblazer มียอดขาย 104,398 คัน (ลดลงจากปีก่อน 6%)

 


 

20 อันดับแบรนด์รถยนต์นั่ง ที่มียอดขายสะสมสูงสุดในสหรัฐฯ ประจำปี 2024

  • อันดับ 1. Toyota มียอดขาย 2,037,143 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6%)
  • อันดับ 2. Ford มียอดขาย 1,960,338 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3%)
  • อันดับ 3. Chevrolet มียอดขาย 1,730,081 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2%)
  • อันดับ 4. Honda มียอดขาย 1,291,490 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11%)
  • อันดับ 5. Nissan มียอดขาย 865,938 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4%)

 

  • อันดับ 6. Hyundai มียอดขาย 836,802 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 4%)
  • อันดับ 7. Kia มียอดขาย 796,488 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2%)
  • อันดับ 8. Subaru มียอดขาย 667,725 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6%)
  • อันดับ 9. Tesla มียอดขาย 633,762 คัน (ลดลงจากปีก่อน 1%)
  • อันดับ 10. GMC มียอดขาย 614,117 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9%)

  • อันดับ 11. Jeep มียอดขาย 587,725 คัน (ลดลงจากปีก่อน 9%)
  • อันดับ 12. RAM มียอดขาย 439,039 คัน (ลดลงจากปีก่อน 15%)
  • อันดับ 13. Mazda มียอดขาย 424,382 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 17%)
  • อันดับ 14. Volkswagen มียอดขาย 379,178 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15%)
  • อันดับ 15. Mercedes-Benz มียอดขาย 377,037 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7%)

 

  • อันดับ 16. BMW มียอดขาย 374,519 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3%)
  • อันดับ 17. Lexus มียอดขาย 345,669 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8%)
  • อันดับ 18. Audi มียอดขาย 196,576 คัน (ลดลงจากปีก่อน 14%)
  • อันดับ 19. Buick มียอดขาย 183,421 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10%)
  • อันดับ 20. Cadillac มียอดขาย 160,204 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9%)

 

ที่มา: Car Industry Analysis