2025 Denza N7 รถ SUV ขุมพลังไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่จาก BYD เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยมาพร้อม 3 รุ่นย่อย เป็นการปรับโฉมแบบ facelift ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การอัพเกรดระบบเทคโนโลยีและฟีเจอร์ใหม่ๆ โดยเฉพาะ ระบบขับขี่อัจฉริยะ “God’s Eye” B (หรือ DiPilot 300) ทั้งนี้ได้มีการยกเลิกรุ่นเริ่มต้น (entry-level) เพื่อให้ทุกรุ่นย่อยเริ่มต้นที่สเปกสูงขึ้น

 

ด้านการออกแบบภายนอกยังคงรักษาดีไซน์เดิมไว้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มสีตัวถังใหม่สีม่วง Aurora Purple (ออโรร่า) เพื่อเพิ่มความหรูหราและโดดเด่น โดยได้ยกเลิกสีขาวและสีทองที่มีในรุ่นก่อนหน้านี้ออกไป 

ขนาดตัวถัง

  • ความยาว: 4,860 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง: 1,935 มิลลิเมตร
  • ความสูง: 1,602 มิลลิเมตร
  • ฐานล้อ: 2,940 มิลลิเมตร

 

ภายในห้องโดยสารยังคงไว้ซึ่งการออกแบบแบบ 3 หน้าจอ ประกอบด้วย

  • หน้าจอกลางระบบสัมผัสขนาด 17.3 นิ้ว สำหรับควบคุมระบบความบันเทิงและการตั้งค่าตัวรถ
  • หน้าจอมาตรวัดแบบ full digital ขนาด 10.25 นิ้ว สำหรับผู้ขับขี่
  • หน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด  10.25 นิ้ว

เพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยี AR-HUD ขนาด 50 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า รวมถึงหน้าจอด้านหลังขนาด 7 นิ้ว ที่พนักวางแขนสำหรับการควบคุมระบบปรับอากาศและความบันเทิงอื่นๆ

 

อีกทั้งยังติดตั้งเบาะนั่งแบบ 5D cloud-sensing ergonomic seats ที่สามารถปรับทิศทางด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ รวมไปถึงฟังก์ชันนวด นอกจากนี้ยังมีเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Devialet ระบบไฟ Ambient ในห้องโดยสารแบบ 128 สี ระบบชาร์จไร้สายคู่กำลังสูง 50W หลังคา panoramic roof ขนาด 1.93 ตารางเมตร และ AI Assistant สำหรับสั่งการด้วยเสียง

ไฮไลต์สำคัญคือระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ “God’s Eye” B หรือ DiPilot 300 ที่ใช้ LiDAR คู่ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อรองรับการขับขี่อัจฉริยะในเมือง (Intelligent City Navigation) ระบบช่วยขับบนทางหลวง (High-Speed Navigation) และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Parking Assistance) ซึ่งจะช่วยยกระดับความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ อีกทั้งยังมาพร้อมระบบควบคุมช่วงล่างอัจฉริยะ DiSus-A Intelligent Air Body Control ซึ่งจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่และความนุ่มนวล

 

2025 Denza N7 มีให้เลือกทั้งรุ่นมอเตอร์เดี่ยวและมอเตอร์คู่:

รุ่นมอเตอร์เดี่ยว (RWD):

  • กำลังสูงสุด 308 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 360 นิวตัน-เมตร
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 702 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 รอบ (ตามมาตรฐาน CLTC)

รุ่นมอเตอร์คู่ (AWD):

  • กำลังรวม 523 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 670 นิวตัน-เมตร
  • ระยะทางวิ่งสูงสุด 630 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 รอบ (ตามมาตรฐาน CLTC)
  • อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.9 วินาที

ทั้ง 2 รุ่นใช้แบตเตอรี่ BYD Blade Battery ขนาด 91.3 kWh พร้อมระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V รองรับการชาร์จเร็วด้วยกำลังไฟสูงสุด 230 kW (แบบ Dual-Gun) สามารถชาร์จไฟเพื่อเพิ่มระยะทางได้อีก 350 กม. ได้ในเวลาเพียง 15 นาที ซึ่งตอบโจทย์การเดินทางไกลและลดระยะเวลาการชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา: Carnewschina