
ปี 2024 ไม่ใช่ปีที่ดีเท่าไรนักของ Tesla เนื่องจากบริษัทมียอดขายลดลงเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ ส่งผลให้ผลประกอบการลดลง โดยรายรับหลังหักค่าใช้จ่ายในไตรมาสที่ 4 ของ Tesla ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 71% ด้วยมูลค่า 2,300 ล้าน USD (ราว 77,000 ล้านบาท) ส่วนผลกำไรตลอดปี 2024 ของ Tesla ดูดีกว่าเล็กน้อยเพราะลดลงจากปีก่อน 23% และมีมูลค่า 8,400 ล้าน USD (ราว 282,000 ล้านบาท) เพื่อเป็นการแก้เกมส์ในปีนี้ Tesla จึงประกาศแผนเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดอีกครั้ง
โครงการ EV ราคาถูกจาก Tesla นั้นเปลี่ยนไปมาหลายครั้งแล้ว โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดคือน่าจะถูกแทนที่ด้วยโครงการ Robotaxi รถแท็กซี่ไร้คนขับ แต่ทางการได้ยืนยันกับที่ประชุมนักลงทุนแล้วว่า จะมีการเปิดตัว Tesla ที่มีราคาจับต้องได้ยิ่งขึ้น ภายในครึ่งแรกของปี 2025 พร้อมระบุว่าเป็นการนำ platform แบบใหม่มาผสานกับ platform ปัจจุบัน และจะผลิตขึ้นบนสายพานการผลิตเดิม ร่วมกับรถยนต์รุ่นที่มีขายอยู่แล้ว ช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทางการไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงเทคนิครวมถึงราคาของ Tesla รุ่นเริ่มต้นรุ่นใหม่ แต่มีรายงานว่านี่อาจเป็น Model Q ที่มีข่าวลือมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว โดยอาจมาพร้อมกับเทคโนโลยี platform ระบบไฟฟ้า 800 โวลต์, ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลัง, การผลิตตัดถังแบบ giga-casting และระบบบังคับเลี้ยวแบบ Steer-by-wire ส่วนราคาจำหน่ายเริ่มต้นคาดว่าจะต่ำกว่า Model 3 และ Model Y โดยวางราคาไว้ในระดับ 30,000 USD (ราว 1,007,000 บาท)
นอกจากโครงการเปิดตัว EV รุ่นใหม่ในปีนี้ Elon Musk ยังเปิดเผยกับนักลงทุนด้วยว่า นับตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จะเริ่มเก็บค่าบริการระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ระดับที่ไม่ต้องมีมนุษย์คอยควบคุม ซึ่งจะเริ่มในรัฐ Texas ของสหรัฐฯ ก่อนแต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดว่า จะเก็บค่าบริการเท่าใดและรุ่นไหนที่รองรับบ้าง แต่ Musk หวังว่าจะสามารถขยายการให้บริการดังกล่าว ไปยังรัฐอื่นของสหรัฐฯ ภายในปลายปีนี้ ก่อนจะทิ้งท้ายว่ามีผู้ผลิตรถยนต์หลายรายติดต่อ Tesla มาขอซื้อลิขสิทธิ์ระบบขับขี่อัตโนมัติของบริษัทไปใช้ด้วย