Ford Europe ประกาศยกเลิกการผลิต Focus รถ C-Segment ยอดนิยมในฐานะรถ Hatchback สำหรับตลาดยุโรป ภายหลังจากที่ยุติการผลิตของ Mondeo (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Fusion ในสหรัฐฯ) ในเดือนเมษายน 2022 และ Fiesta ในเดือนกรกฎาคม 2023 ล่าสุด โดยในช่วงปลายปีนี้ Focus ก็จะถูกปลดประจำการเช่นกัน
Finn Thomasen ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารของ Ford Europe ยืนยันกับทางสื่อยานยนต์รายใหญ่อย่าง Motor1 ว่าสายพานการผลิต Focus จะสิ้นสุดลงในเดือนพฤศจิกายน 2024 นี้และไม่มีแผนสำหรับรุ่นใหม่มาแทนที่แต่อย่างใด
แม้ว่าลูกค้าจะยังสามารถสั่งจอง Focus ตามออฟชั่นที่ต้องการได้ในขณะนี้ แต่ด้วยกำหนดการปิดสายพานการผลิตที่โรงงาน Saarlouis ในเยอรมนีที่ใกล้เข้ามาเต็มที ทำให้คำสั่งซื้อใหม่อาจถูกยกเลิกในไม่ช้า หลังจากนั้นลูกค้าจะสามารถเลือกจับจองได้เฉพาะรถที่มีอยู่ในสต็อกเท่านั้น


การยุติการผลิต Focus ถือเป็นจุดสิ้นสุดของรถยอดนิยมรุ่นสุดท้ายของ Ford ในยุโรป นับตั้งแต่การเปิดตัว Focus เจเนอเรชันแรกในปี 1998 รถรุ่นนี้ต้องมารับช่วงต่อจาก Escort ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรุ่นระดับตำนานของ Ford
อีกทั้งยังหมายถึงการสูญเสียหนึ่งในรถ Hatchback สมรรถนะสูงรุ่นสุดท้ายที่ยังคงมีเกียร์ธรรมดาให้เลือกอย่าง Focus ST นอกจากนี้ การเลิกผลิต Focus อาจเป็นข่าวดีสำหรับ Volkswagen Group ซึ่งยังคงมี Golf Octavia Leon และ A3 เป็นตัวเลือกในตลาด ขณะที่ Toyota Corolla ก็เตรียมยิ้มแก้มปริเช่นเดียวกัน
Jim Farley CEO ของ Ford ให้เหตุผลว่า “บริษัทกำลังหันไปทำรถยนต์ที่มีงานออกแบบเฉพาะตัวและไม่ต้องแข่งขันกับรุ่นอื่น ๆ ในตลาด โดยเขายอมรับว่ารถอย่าง Fiesta และ Mondeo ได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมาก” แต่ความจริงก็คือ Ford ทำกำไรจากรถเหล่านี้ไม่มากพอที่จะคุ้มค่ากับการลงทุนในอนาคต

ดังนั้นกลยุทธ์ของ Ford คือการมุ่งเน้นไปที่รถที่สร้างกำไรสูง เช่น Bronco Tremor Raptor และ Mustang การยุติการผลิต Focus ทำให้ Ford ไม่มีรถยนต์นั่งทั่วไปวางจำหน่ายในยุโรป ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่บริษัทใช้ในสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ได้เลิกผลิต Fiesta Focus Fusion และ Taurus ไปแล้ว เหลือเพียง Mustang ซึ่งเป็นรถเฉพาะกลุ่ม

ในปี 2024 ซึ่งเป็นปีแรกที่ไม่มี Fiesta ทำตลาดอีกต่อไป ยอดขายของ Ford ในยุโรป (รวมถึงกลุ่มประเทศ EFTA และสหราชอาณาจักร) ลดลงถึง 17% เหลือเพียง 426,307 คัน ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 4% เหลือ 3.3% ตามหลัง Kia และ Hyundai ซึ่งแต่ละแบรนด์มีส่วนแบ่งอย่างละ 4.1% อีกทั้ง Ford ยังเจอปัญหาต่อเนื่อง โดยยอดขายในเดือนมกราคม 2025 ลดลงอีก 3.9% และส่วนแบ่งตลาดลดลงเหลือเพียง 3%
อย่างไรก็ตาม Ford ยังมีรุ่น Puma และ Kuga (หรือ Escape ในสหรัฐฯ) ที่อาจพอชดเชยช่องว่างที่เกิดขึ้นได้ โดย Puma เริ่มมีเวอร์ชันขุมพลังไฟฟ้าล้วน (EV) วางจำหน่ายแล้ว พร้อมกับรถ EV อื่น ๆ อย่าง Mustang Mach-E Explorer (พัฒนาบนพื้นฐานของ VW ID.4) และ Capri (พัฒนาบนพื้นฐานของ VW ID.5)
ที่มา: Motor1