เมื่อเดือนตุลาคม 2023 ที่ผ่านมา มีภาพหลุดสิทธิบัตรของรถกระบะจากค่ายรถแดนมังกรที่กำลังผงาดขึ้นเป็นผู้นำของรถไฟฟ้าในระดับโลกอย่าง BYD โดยเมื่อข้ามปีมายัง 2024 จึงได้มีภาพหลุดรถคันจริงที่ถูกพรางตัวอย่างแน่นหนา แต่ยังพอเหลือเส้นสายไว้ให้ดูพอสังเขป ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการวิ่งทดสอบ


รถกระบะคันดังกล่าวจะมาพร้อมรูปแบบ Double cab หรือ 4 ประตู พร้อมเบาะสำหรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง ซึ่งมาพร้อมเส้นสายที่มีเหลี่ยมสันเป็นหลัก โดยมีความสอดคล้องกับภาพหลุดของสิทธิบัตรที่หลุดมาก่อนหน้านี้ ด้วยไฟหน้าทรงเหลี่ยมที่ติดตั้งไฟ LED แนวตั้งสไตล์รถกระบะยุคใหม่ พร้อมไฟ DRL รูปทรง C-shape ที่ยังออกแบบให้มีไฟชิ้นกลางบริเวณกระจังหน้าที่เชื่อมไฟหน้าระหว่าง 2 ข้างไว้ด้วยกัน โดยรวมแล้วไม่ได้มีขนาดใหญ่โตกว่ารถกระบะพิกัด 1 ตัน ทั่วไป ขณะที่ไฟท้ายมาพร้อมรูปแบบแนวตั้งปกติ และไม่ลืมที่จะติดตั้งทับทิมสีแดงตกแต่งบริเวณฝากระบะท้าย เพื่อเชื่อมต่อไฟท้ายทั้ง 2 ข้าง ในรูปแบบเดียวกันกับด้านหน้ารถ


ภาพเรนเดอร์
ขณะที่ภายในเมื่ออ้างอิงจากภาพหลุด ได้รับการออกแบบโดยอ้างอิงเส้นสายจากรถ SUV ภายในค่ายรุ่นใหม่ๆ อย่างเช่น Song L พร้อมด้วยการติดตั้งหน้าจอกลางขนาดใหญ่ที่สามารถปรับรูปแบบแนวตั้ง-นอน ได้ตามความเหมาะสม และยังมาพร้อมหน้าจอ Head-up display เวอร์ชั่นใหม่ และปุ่มกดเพื่อสั่งงานฟังก์ชั่นต่างๆได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ใช่พึ่งพาแต่เพียงการสั่งงานผ่านระบบสัมผัสเท่านั้น


สำหรับทางเลือกขุมพลังที่ BYD เลือกเปิดตัวก่อนในปี 2024 นี้ จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Plug-in Hybrid (PHEV) ขณะที่เวอร์ชั่นไฟฟ้าล้วน (BEV) จะพร้อมวางจำหน่ายในปี 2025 โดยทั้งหมดนี้จะมาพร้อมเทคโนโลยีที่ทาง BYD ได้ร่วมพัฒนากับ Huawei ทั้งในด้านการเชื่อมต่อและการสื่อสารของตัวรถต่างๆ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด สำหรับตลาดที่คาดว่า BYD จะส่งรถกระบะรุ่นนี้เข้าไปสร้างผลกำไร อาจมีทั้งประเทศจีน ออสเตรเลีย รวมถึงเมืองไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความนิยมค่อนข้างสูง ในกลุ่มรถกระบะ พิกัด 1 ตัน
ที่มา: Carnewschina