Cupra เปิดตัวรถต้นแบบคันจริงในงานมหกรรมยานยนต์ IAA Mobility 2023 ที่จัดขึ้นในเมือง Munich ประเทศเยอรมัน ระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน 2023 เป็นอีกหนึ่งค่ายที่แสดงเจตนารมณ์ชัดเจน ในการบุกตลาดยุโรปด้วยรถ EV รูปทรงโฉบเฉี่ยว ฉีกจากแบรนด์อื่นๆ ในเครือ Volkswagen group ยิ่งไปกว่านั้นยังถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดในบรรดาแบรนด์รถยนต์จากยุโรปน้องใหม่ในขณะนี้
สำหรับรถต้นแบบรุ่น DarkRebel Concept ที่เคยเปิดตัวในโลกเสมือนจริงหรือ metaverse ไปเมื่อ 4 เดือนก่อนหน้า จนกระทั่งได้ถูกรังสรรค์ให้เป็นรถต้นแบบคันจริงอย่างที่ทุกท่านเห็นในรูปชุดนี้ ผ่านการรวมแสดงความคิดเห็นจากแฟนๆ ด้วยแพลทฟอร์มออนไลน์ DarkRebel’s digital ที่เปิดรับความคิดเห็นตั้งแต่ต้นปี 2023 ทำให้รูปทรงขอรถต้นแบบคันนี้ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมีความแปลกตาไปจากรุ่นอื่นๆ ในค่าย


ภายนอกมาพร้อมกับกันชนหน้าทรงเฉี่ยว ติดตั้งโลโก้ Cupra เรืองแสงได้ตามสมัยนิยม พร้อมด้วยเส้นสายรูปทรงสามเหลี่ยมที่ช่วยขับให้แสงตกกระทบสะท้อนให้ตัวรถมีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่านี่คืองานออกแบบที่ฉีกกฎรถ EV ของค่ายไปพอสมควร รวมไปถึงการพ่นสีตัวถังสุดล้ำสมัยที่ประกอบไปด้วยความละเอียดของเฉดสีทั้งสีม่วง สีดำ และสีทองแดง ที่ล้วนแล้วแต่เป็นสีที่ทาง Cupra ใช้ในการสื่อสารทางตลาดตลอดมา ทั้งหมดนี้ได้รวมกันเป็นหนึ่งเพื่อสร้างอัตลักษณ์ที่แตกต่างให้สมกับเป็นรถต้นแบบที่เอาใจแฟนๆ ที่แท้ทรู


ด้านข้างมาพร้อมกับเส้นสายเฉพาะตัวช่วยเน้นให้ตัวรถทรง shooting brake มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยล้ออัลลอยลวดลายออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ และยังใช้สีตัวรถเข้ามาผสมผสานทำให้มีความโดดเด่นเพิ่มเติม และยังติดตั้งแผ่นบังลมแบบใส เพื่อให้มองเห็นจานเบรกใบเขื่อง พร้อมด้วยคาลิปเปอร์เบรกชุดใหญ่ ขณะที่ด้านท้ายมาพร้อมกับสปอยเลอร์ขนาดใหญ่แบบพอดี พร้อมด้วยไฟท้าย LED ทรงเฉี่ยวที่ติดตั้งโลโก้ Cupra ไว้ที่กลางตัวรถ เสริมให้ไฟเส้น LED bar ลากยาวตลอดความกว้างของตัวรถ ปิดท้ายด้วยแผ่นดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่เกินหน้าเกินตากันชนหลังที่ทำให้รถคันนี้เสมือนรถแข่งในสนาม



ภายในโดดเด่นด้วยการใช้เทคโนโลยี 3D printing ด้วยวัสดุโลหะ เพื่อให้ชิ้นส่วนต่างๆ สามารถถูกผลิตออกมาอย่างประณีต รวมไปถึงการติดตั้งเบาะนั่งทรง bucket seat ที่ถูกออกแบบให้รองรับสรีระได้อย่างเหมาะสมผ่านการหุ้มด้วยวัสดุบุนุ่มแบบระบายความร้อนได้ คอนโซลหน้าเลือกใช้วัสดุที่ย่อยสลายในธรรมชาติได้ง่ายจากต้นไผ่ พร้อมด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่ทำงานร่วมกับกล้องจับอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร หน้าจอมาตรวัดที่มาพร้อมกับ UI ออกแบบใหม่ เพิ่มเติมบรรยากาศด้วยไฟ ambient light ปิดท้ายด้วยพวงมาลัยที่ตัดก้านบริเวณด้านล่างออกไป
อย่างไรก็ตาม Cupra ไม่ได้แจ้งกำหนดการและความเป็นไปได้ที่จะนำ DarkRebel concept ขึ้นสู่สายพานการผลิตในขณะนี้แต่อย่างใด
ที่มา: Carscoops