เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของรถตระกูล TYPE-R นับตั้งแต่เปิดตัวเอ็น NSX TYPE-R ในปี 1992 สำหรับรถรุ่นCivic TYPE-R ที่เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในปี 1997 ก็นับเป็นเวลาครบ 25 ปีพอดี ในขณะที่ฮอนด้าเพิ่งจะฉลองครบรอบ 50 ปีของรถตระกูลCivic นี้ไปเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2022 ที่ผ่านมา

และที่สำคัญฮอนด้า Civic TYPE-R รหัสตัวถัง FL5 คันนี้จะเป็นรถตระกูล TYPE-R ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นสุดท้ายก่อนที่จะหันไปพ่วงระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในรูปแบบ e:HEV หรือ EV ในรุ่นต่อๆไป

แต่ทว่าการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งนี้ทางฮอนด้าเองก็ยังไม่เผยรายละเอียดเรื่องข้อมูลเชิงเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขแรงม้าแรงบิดของเครื่องยนต์ หรือข้อมูลเรื่องช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง เพียงแต่โชว์จุดเด่นและปล่อยภาพภายนอกภายในรอบคันให้เห็นกันเสียก่อนที่จะมีการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน

 

 

หากพิจารณาเส้นสายภายนอกโดยเฉพาะด้านหน้า ที่ส่งต่องานออกแบบสายคลีนมาจาก Civic Hatchback เจนเนอเรชั่นที่ 11 ซึ่งน่าเสียดายสำหรับประเทศไทยนั้นไม่ได้มีโอกาสสัมผัสฮอนด้า Civic Hatchback อีกต่อไป โดยความลงตัวของรุ่นนี้เห็นได้จากด้านท้ายมาในแนวรถ Fastback ท้ายลาด ซึ่งในรุ่น TYPE-R ได้มีการเปลี่ยนชิ้นส่วนตัวถังภายนอกเพื่อรองรับล้อและยางที่มีขนาดกว้างขึ้นกว่ารุ่นปกติ

สปอยเลอร์หลังทรง GT-Wing ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ทำให้ตัวรถมีความดุดันแบบกำลังดี ซึ่งฮอนด้าได้รับแรงบันดาลใจจากสปอยเลอร์หลังของ S2000 รุ่นสุดท้าย Type-S ปี 2007

ช่องรับลมทุกช่องสามารถใช้งานได้จริง เพื่อปรับสมดุลของกระแสลมที่ไหลผ่านตัวรถทั้งคัน

 

ล้ออัลลอยเปลี่ยนจากขนาด 20 นิ้ว เป็น 19 นิ้ว สีดำด้าน รัดด้วยยาง Michelin Pilot Sport 4S ขนาด 265/30 ZR19 ซึ่งวิศวกรเคลมว่าล้อขนาด 19 นิ้ว จะหายางสมรรถนะสูงได้ง่ายกว่า และเป็นการลดน้ำหนัก Unsprung weight ไปในตัว

(ภายในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น)

(ภายในเวอร์ชั่นยุโรป)

(ภายในเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ)

ภายในก็ได้รับการตกแต่งตามแบบฉบับรถ TYPE-R โดยการใช้สีดำ-แดงเพื่อสื่อถึงสัมผัสของรถแข่งตัวแรง เช่น พรมพื้นสีแดง มีการเปลี่ยนวัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าและแผงประตูจากสีดำเงาเป็นสีเทาด้านแบบเมทัลลิค เพื่อลดการสะท้อนเข้าตาผู้ขับขี่

เบาะหนังคู่หน้าทรงสปอร์ต Bucket seat เป็นวัสดุผ้า Alcantara สีแดงพร้อมปักตัวอักษร TYPE-R ที่บริเวณรองศีรษะรวมทั้งบริเวณด้านหลังเบาะ ในขณะที่วัสดุหุ้มพวงมาลัยนั้นจะมีความแตกต่างในแต่ละภูมิภาค โดยรถที่วางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นจะใช้ผ้า Alcantara สีเทาหุ้มพวงมาลัย ในขณะที่เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือจะได้เป็นพวงมาลัยหุ้มหนังสีดำทั่วไปแทน แต่สิ่งที่เหมือนกันนั้นคือโลโก้ H-Mark สีแดงตรงกลางพวงมาลัย ที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็นตัวแรง

(ภายในเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ)

 

นอกจากนี้ยังย้ายตำแหน่งแผ่นเพลทที่ระบุลำดับของตัวถัง TYPE-R จากเดิมที่มักจะอยู่ตรงคอนโซนเกียร์ มาไว้ที่แผงแอร์ที่มีลวดลายแบบรังผึ้งฝั่งผู้โดยสารแทน นับว่าเป็นตำแหน่งที่สร้างความโดดเด่นให้กับชิ้นงานชิ้นนี้ คันเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ พร้อมหัวเกียร์สเตนเลสสีเงินแบบด้าน ที่กรุตัวอักษรตัวเลขบอกตำแหน่งเกียร์เป็นสีแดงตามแบบฉบับรถตระกูล TYPE-R

โหมดการขับขี่ของฮอนด้า Civic TYPE-R มีทั้งหมด 4 แบบ ดังนี้ Comfort Sport R+ และ individual ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์พวงมาลัยรวมถึงช่วงล่างได้อย่างอิสระและจัดเก็บเป็นโปรไฟล์ไว้เลือกใช้ตามต้องการ

 

สำหรับจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 10.2 นิ้ว ที่ จะเปลี่ยนรูปแบบกราฟฟิคจากวงกลมคู่สองวงศ์เป็นแถบแสดงรอบเครื่องยนต์คล้ายกับ S2000 รถสปอร์ต Roadster ในตำนานของค่าย เมื่อเข้าโหมด R+ แสดงตำแหน่งเกียร์รวมทั้งข้อมูลจำเป็นต่างๆ ของตัวรถทั้งบูสต์เทอร์โบ แรง G แรงม้า แรงบิด และค่าอุณหภูมิต่างๆ ที่จำเป็น รวมทั้งมีไฟเตือนการเปลี่ยนเกียร์ Shift light มาให้ด้วย

 

จอกลางขนาด 9 นิ้ว ที่มีหน้าตาคุ้นเคยกับฮอนด้า Civic ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยหรือหลายภูมิภาคทั่วโลก ด้วยกราฟิกที่คมชัดและมีความละเอียดสูง มีการพัฒนากราฟฟิคให้ดูเรียบง่ายและสัมผัสได้ถึงความเป็นรถแข่งช่วยเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

และยังได้ถูกติดตั้งระบบ Honda LogR ที่เป็นเสมือนคอมพิวเตอร์ช่วยบันทึกและแสดงข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับสถานะตัวรถและสถิติของการขับขี่ต่างๆ ที่จำเป็นในการทำเวลาต่อรอบในสนามแข่ง ได้แก่

 

  • Digital Instrument display สามารถเลือกแสดงมาตรวัดวงกลมขนาดเล็กได้ 6 เกจ จาก 12 ข้อมูล เช่น แรงดันบูสต์เทอร์โบ อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น อุณหภูมิน้ำมันเครื่อง แรงดันน้ำมันเครื่อง เป็นต้น

 

  • Driving information / G meter เป็นการย่อเกจวัดจาก Performance Meter ให้เหลือเพียงตัวเลข ที่แสดงเป็นจำนวน 6 ค่า เช่นเดิม แต่เพิ่มมาตรวัดแรง G ที่ตรงกลางหน้าจอ และทิศทางการกระจายแรงขณะรถเข้าโค้ง

 

  • Tire friction circle / 3D motion แสดงขีดจำกัดความสามารถที่ยางแต่ละเส้นสามารถรับโหลดได้ รวมทั้งแสดงภาพกราฟิกตัวรถ แบบReal-Time ขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ โดยผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนสีรถให้ตรงกับสีรถจริงได้

 

  • Auto Score ให้คะแนนการขับขี่ ซึ่งประมวลผลจากพฤติกรรมการขับขี่ การใช้คันเร่ง เบรก และบังคับควบคุม

 

  • Data log ฟังก์ชั่นการบันทึกสถิติการขับขี่อย่างครบถ้วน เมื่อใช้งานในสนามแข่งที่เข้าร่วมจำนวน 13 สนามในญี่ปุ่น

 

  • อีกทั้งยังมีฟังก์ชั่นปลดล็อคความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.เมื่อขับขี่ในสนามดังกล่าว อีกด้วย

รายชื่อสนามแข่งที่สามารถใช้งานฟังก์ชั่น Unlock Speed Limiter ในสนามมีดังนี้

  • Tokachi International Speedway
  • SUGO International Racing Course
  • Ebisu Circuit
  • Mobility Resort Motegi
  • Tsukuba Circuit
  • Sodegaura Forest Raceway
  • Fuji Speedway
  • Spa Nishiura Motor Park
  • Suzuka Circuit
  • Central circuit
  • Okayama International Circuit
  • Asan Circuit
  • Autopolis

 

พร้อม Application Honda LogR Smartphone สำหรับติดตั้งในมือถือเพื่อใส่ข้อมูลการขับขี่และสถิติ เวลาต่างๆ ในคลิปวิดีโอสนามแข่งที่ถ่ายจากกล้องมือถือ พร้อมฟังก์ชั่นการ Upload ข้อมูลการขับขี่ในสนามแข่งลงใน Server เพื่อจัดอันดับกับผู้ใช้งาน Civic TYPE-R ท่านอื่นได้

 

สำหรับเครื่องยนต์ถึงแม้จะไม่มีการเผยข้อมูลและตัวเลขสมรรถนะต่างๆ ในตอนนี้ แต่ทางแหล่งข่าวต่างประเทศรวมไปถึงรูปภาพอย่างเป็นทางการก็ได้บ่งชี้แล้วว่าฮอนด้า Civic TYPE-R รุ่นใหม่นี้จะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตรเทอร์โบยกมาจากรุ่นก่อนหน้านี้จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ส่งกำลังผ่านล้อคู่หน้า โดยตัวเลขแรงม้าที่หลายสื่อได้คาดการณ์ น่าจะอยู่ในช่วงระหว่าง 320 ถึง 350 แรงม้า โดยที่ยังไม่มีข่าวว่าจะมีทางเลือกเกียร์อัตโนมัติในอนาคตหรือไม่

 

Honda Civic TYPE-R มีให้เลือก 5 สี ได้แก่

  • สีขาว Championship White
  • สีเทานม Sonic Grey Pearl
  • สีดำ Crystal Black Pearl
  • สีแดง Rallye Red
  • สีฟ้า Boost Blue Pearl

หากมีการเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการทาง Headlightmag จะนำมารายงานอีกครั้ง

ที่มา: Honda